Blood perfume แนวคิดที่น่าพิศวง

น้ำหอม,ความรู้,กลิ่น,ข่าว,บทความ,ข้อมูล,วิธีใช้ :

Blood Concept จากแนวคิดของเลือดสู่น้ำหอม

เลือดนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์ทุกคนและ ได้ถูกกล่าวถึงในหลากหลายศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวรรณกรรม ทางด้านพิธีกรรม ศาสนา วิทยาศาสตร์ และในด้านการแพทย์ แม้ว่าภาพลักษณ์บางด้านของเลือดอาจจะแสดงไปในรูปแบบของความน่ากลัวแต่ ในทางด้านที่ดีนั้นเลือดได้แสดงถึงภาพลักษณ์ของสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตและความอ่อนเยาว์อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องการมากเป็นที่สุดเหนืออื่นใด

ตำนานที่เกี่ยวข้องกับโลหิตที่เป็นที่คุ้นเคยมากที่สุดนั้นย่อมไม่พ้นตำนานของผีดูดเลือดหรือ แวมไพร์อย่างแน่นอน ซึ่งในตำนานนี้ได้แสดงภาพลักษณ์ของเลือดว่าเป็นน้ำพุหล่อเลี้ยงชีวิตมาขยายความไปสู่แนวคิดของความเป็นอมตะ ซึ่งเป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนได้ว่าไม่ว่าในยุคสมัยใดก็ตาม การมีชีวิตที่ยาวนานนั้นยังคนเป็นสุดยอดของความปราถนาของมนุษย์อยู่เสมอ

จากความหลงใหลในการมีชีวิตของมนุษย์นี้ทำให้นักปรุงน้ำหอมชาวอิตาลี Giovanni Castelli และ ศิลปินนักออกแบบแฟชั่น Antonio Zuddas ได้ตัดสินใจนำเอาแนวคิดของโลหิตมาสร้างสรรเป็นน้ำหอมที่ชื่อว่า Blood Concept ขึ้น

ในด้านการออกแบบนั้น Antonio Zuddas ได้ทำการออกแบบขวดน้ำหอมนี้โดยใช้แนวคิดทางด้านอุปกรณ์การแพทย์ โดยได้ใช่รูปทรงขวดที่มีลักษณะคล้ายขวดเก็บเลือดที่ใช้ในโรงพยาบาล ส่วนสีที่ใช้นั้นย่อมเป็นสีเเดงสดที่แสดงถึงสีของเลือด และได้มีการนำสีเงินแบบที่เป็นสีโลหะเข้ามาใช้ร่วมโดยผู้ออกแบบน้ันได้แนวความคิดมากจากกลิ่นของเลือดสดๆนั้นเอง

ผู้ออกแบบน้ำหอมชุดนี้กล่าวว่ากลิ่นของลือดสดๆนั้นจะลักษณะเป็นกลิ่นที่เหมือนกับกลิ่นของโลหะเช่น กลิ่นทองแดง เป็นต้น และจากความคิดนี้ทำให้ผูออกแบบนั้นตัดสินใจที่จะใช้สีเงินซึ่งเป็นสีโลหะมาใช้ทั้งในการออกแบบบรรจุภัณฑ์และรวมไปถึงการออกแบบกลิ่นของน้ำหอมซึ่งจะมีการใช้โทนกลิ่นแบบ Metalic Note เข้ามาผสมด้วย ซึ่งโทนกลิ่นแบบ Metalic Note นี้เป็นกลุ่มของโทนกลิ่นที่มาจากกลุ่มน้ำหอมสังเคราะห์

โดยในทั่วไปนั้นเมื่อพูดถึงน้ำหอมสังเคราะห็นั้นผู้ใช้ส่วนมากมักคุ้นเคยกับน้ำหอมกลุ่ม Oceanic Note อย่างเช่น Davidoff Cool Water ซึ่งจะมีกลิ่นที่เด่นชัด แต่ไม่รุนแรงมากนัก แต่ในกลุ่มของน้ำหอมแบบ Metalic Note นี้จะเป็นน้ำหอมสังเคราะห์ที่จะมีกลิ่นที่โดดเด่นรุนแรงกว่าบ้างและเนื่องจากความรุนแรงของกลิ่นนี้เองที่ทำให้น้ำหอมกลุ่ม Metalic Note นี้มีความเหมาะสมในการสร้างรูปลักษณ์ของกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งมักเป็นที่นิยมกันเฉพาะในบางกลุ่ม

ส่วนทางด้านการปรุงน้ำหอมนั้น Giovanni Castelli ได้ทำการตีความแนวคิดของ Blood Concept ว่าต้องการสร้างภาพลักษณ์ทางด้านกลิ่นให้เป็นรูปแบบของความจริงจังและโดดเด่นชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างให้เห็นความต่างกับน้ำหอมโดยทั่วไปที่มักเน้นแนวความคิดในเชิงของภาพฝันและจินตนาการไปเสียส่วนมาก โดยผู้สร้างสรรค์ได้ทำการนำกลิ่นโทนแบบ Metalic Note ซึ่งเป็นโทนกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ค่อนข้างสูงเข้ามาใช้ได้อย่างดี

ในด้านการสร้างกลิ่นนี้ Giovanni Castelli ได้ทำการออกแบบกลิ่นของน้ำหอมในชุด Blood Concept ไว้ 4 แบบตามชนิดของกลุ่มเลือดของคนซึ่งก็คือ กลิ่นโอ เอ บี และ เอบี โดย Giovanni ได้ทำสร้างแนวคิดของการปรุงกลิ่นของน้ำหอมในแต่ละแบบขึ้นจากแนวคิดทางด้านการวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์ อารยธรรมและวีถีชีวิต อีกแนวคิดหนึ่งที่ผู้ปรุงน้ำหอมชุดนี้ได้นำมาใช้ร่วมด้วยก็คือแนวคิดทางการแพทย์ในเรื่องของการกินอาหารให้เหมาะสมกับหมู่เลือดอีกด้วย

โดยน้ำหอมทั้งสี่แบบในชุด Blood Concept นี้ถูกออกแบบให้มีรูปแบบกลิ่นที่แตกต่างกันไปแต่อยู่ภายใต้แนวความคิดร่วมกันคือเป็นน้ำหอมที่ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง (Unisex) และมีการนำโทนกลิ่นแบบ Metalic Note มาใช้ผสมในการปรุงกลิ่นของน้ำหอมทั้ง 4 ประเภทในรูปแบบต่างๆกันตามแนวคิดเฉพาะของน้ำหอมตัวนั้น

กลิ่นโอ

กลุ่มเลือดโอนั้นถือว่าเป็นกลุ่มเลือดกลุ่มเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ ผู้สร้างสรรน้ำหอมจึงเลือดที่จะใช้น้ำหอมกลิ่นโอนี้แสดงถึงภาพลักษณ์ของบรรพบรุษมนุษย์ในยุคเริ่มต้นหรือยุคดึกดำบรรพซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์ดำรงชีวิตโดยการเป็นนายพรานล่าสัตว์ มีเครื่องนุ่งห่มที่ทำมาจากหนังสัตว์เป็นหลักดังนั่น น้ำหอมกลิ่นโอนี้จะมีลักษณะของกลิ่นที่ค่อนข้างรุนแรงเพื่อแสดงถึงภาพลักษณ์ของความเถื่อนดิบในยุคแรกของมนุษย์นั่นเอง โดยกลิ่นโอนี้จะประกอบด้วยกลิ่นของ ราสเบอร์รี่, cyperus esculentus, rose hips, กลิ่นหนัง, น้ำมันต้น birch, ไม้จัน และ Metallic Notes

กลิ่นเอ

จากข้อมูลทางการแพทย์ กลุ่มเลือดเอนี้เป็นกลุ่มเลือดที่เหมาะสมกับการรัประทานผักเป็นอาหารหลัก ดังนั้นรูปแบบกลิ่นเอนี้ผู้ออกแบบได้นำภาพลักษณ์ของมนุษย์ที่ผ่านการพัฒนาจากยุคของการล่าสัตว์มาสู่ยุคของเกษตรกรรมยุคเริ่มต้นซึ่งมีอาหารหลักเป็นผักพื้นบ้านทั่วไป โทนกลิ่นของน้ำหอมกลิ่นเอนี้จะเน้นไปที่กลิ่นแบบ Aromatic Green Note ซึ่งเป็นกลิ่นที่มีความสดชื่นของพืช ผัก ใบไม้ และ เครื่องเทศ ส่วนผสมของกลิ่นเอนั้นประกอบด้วย ใบของต้นมะเขือเทศ, โหระพา, star anise หรือ ผลโป๊ยกั้ก (เป็นพืชจำพวกเครื่องเทศที่ผลมีกลิ่นหอมใช่ทำพะโล้แบบจีน) และ Metallic Notes

กลิ่นบี

คนกลุ่มเลือดบีนั้นเป็นกลุ่มที่สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายเกือบทุกประเภท ผู้สร้างน้ำหอมจึงได้ใช้แนวความคิดของ มนุษย์ในยุคของการเดินทางติดต่อค้าขายและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมมาเป็นแนวคิดในการทำน้ำหอมชนิดนี้ให้เป็นน้ำหอมแบบกลิ่นผสมผสานของกลิ่นแบบผลไม้ เครื่องเทศ และกลิ่นของเนื้อไม้ เข้าด้วยกัน น้ำหอมกลิ่นบีนี้ประกอบด้วยกลิ่นของ แอปเปิ้ลแดง และ เชอร์รี่ดำเป็น Top Note, น้ำมันของต้น Atemisia, พริกไทย, ทับทิม และชาดำ เป็น Heart Note ส่วนของ Base Note จะเป็นกลิ่นของ Patchouli, ไม้สัก, และ Metalic Note

กลิ่นเอบี

กลุ่มเลือดเอบีนี้เป็นกลุ่มเลือดที่มีความเก่าแก่น้อยที่สุดในบรรดากลุ่มเลือดทั้งหมด แนวความคิดของโทนกลิ่นของน้ำหอมเอบีนี้จึงเป็นโทนกลิ่นของหินแร่ต่างๆที่ให้ความรู้สึกของมนุษย์ในยุคสมัยใหม่ที่เน้นรูปแบบของความทันสมัยโดยใช้กลิ่นสารให้กลิ่นสังเคราะห์ตระกูล Aldehydes เพื่อให้กลิ่นแบบโลหะอะลูมิเนียม และกลิ่นของหินฉนวนเป็น Top Note ในส่วนของ Heart Note ก็ใช้กลิ่นสังเคราะห์ด้วยเช่นกันโดยเป็นกลิ่นของหินกรวดและกลิ่นของทะเลแบบ Oceanic Note และ Base Note จะใช้กลิ่นของน้ำมันไม้จัน กับ Metalic Note